สุภาษิตพระร่วง 4

หนึ่งดูหน้าคนนบ หนึ่งอย่าคบคนพาลอย่าประจานพี่น้อง  เข้าของควรจะถี่ให้ถี่ ไม่ควรถี่ให้ห่าง อนึ่งอย่าร้างคนรัก ของแพงนักอย่ากิน หากินอย่าหาความ ผิจะเป็นความเป็นให้ต้องอย่าคอยจ้องโทษท่านอย่าถือสั้นว่าดี ความคิดตรึกให้ยาว อย่าน้าวแต่ใจตัว กลัวไว้ดีกว่ากล้า ผิจะช้าช้าให้ได้การผิจะนานนานให้เป็นคุณ คิดถึงบุญถึงบาป บอกลาภไกลอย่าไป ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า เจ้านายใช่เพื่อนฝูง ท่านสูงศักดิ์กว่าตนอย่าปนอย่าเยี่ยงท่าน ผิจะต้านต้านให้ถูก ปลูกเรือนแต่พอตัว หวีหัวพอสบาย แต่งกายพอเทียบเพื่อน อย่าทำเหมือนนักเลง อย่าร้องเพลงพายเรือ อย่าเบื่อในการงาน   อย่าคิดรานเพื่อนบ้าน ความโกรธท่านเร่งแบ่ง อย่าให้แข็งให้กล้าอย่าคบข้าเป็นมิตร อย่าคิดทับถมผู้อื่นอย่าดื่นในความหลาก ปากตนอย่าให้อื้อ ผิจะซื่อซื่ออย่าคดผิดจะคดคดดูเหตุ อย่าเรียนเวทย์วิทยา อย่ารักเล่ห์ลวงหญิง อย่าประวิงแปรธาตุ อย่าคิดมาศทำทอง อย่าเสียของไปก่อน อย่าเข้าบ่อนชนนก อย่าโกหกกลางแปลง อย่าคิดแต่งลมล่อ หนึ่งอย่าก่อถ้อยความ อย่าคิดตามทุนเบื้องหลัง อย่าพลั้งหนึ่งให้งด สองให้อดดูที สามสี่ท่าพอควร อย่ายำยวนเกินผิด จงตรองคิดดูก่อน อย่าตกผ่อนใจตาม อย่าจุดไฟไหม้ฟาง ผิดวางลงตามผิด ชอบวางลงตามชอบ อย่าเอาชอบขึ้นเป็นผิด อย่าเอาผิดขึ้นเป็นดี จงมีเมตตาสัตว์ อย่ากระบัดสินท่าน อย่าคิดการแต่ได้ถ้าไม่ได้เสียที อย่าไขคดีความเท็จ อย่าเข็ดทางบุญ อย่าสูญทางทาน ถ้าจะรานรานแต่คนผิดแม้นไม่ผิดอย่าราน จงเร่งการเรือกสวน อย่าคิดควรแก่กัน เร่งถากฟันไร่นา อย่าได้ประพฤติบาป คำหยาบแล้วอย่าพจน์ จงออมอดแก่กัน อย่าหุนหันดูแคลน คนแกนอย่าข่มเหง อย่าทำเร่งจำบ้าน อย่าจัดจ้านเสียงปาก อย่าสำรากพูดขู่ อย่าหลู่ครูอาจารย์  มารดาบิดาตัว คิดเกรงกลัวเช้าค่ำ จงเอาแต่ความชอบ ระบอบผิดอย่าจำ หนึ่งกระทำปฏิบัติ วีพัดนวดบาท เป็นเวลาอย่าเพรื่อ อย่าคิดเบื่อคิดบ่น อย่าปองกลทรัพย์ท่านอย่าคิดต้านท้าวพระยา ต้านวงศาตัวควร ข้อควรต้านจึงต้าน ไม่ควรต้านอย่าตอบความชอบให้ยกยอ พอแล้วอย่าให้ล้น  อย่าบ่นความลับหลังอย่านินทังคนเรือน ช่วยกันเตือนการลืมต่อหน้าลืมอย่างหนึ่ง ลับหลังพึงกล่าวขวัญอย่าอยู่ด้วยมันควรจาก แม้นตกยากให้เงินคืนเร่งฝ่าฝืนที่ไกลอย่าอยู่ใกล้คนร้ายเฉกตาลทรายคลุกพิษ ใครเสพย์นิตย์ชีวัง อย่าคิดยั้งอยู่เลยมนุษย์เอ๋ยจงจำคำ หนึ่งอย่านำเสียดส่อ หนึ่งอย่ายกยอตนอย่าถ่อมตนว่าชั่วอย่ากลั้วด้วยมิตรร้าย อย่าใส่ความผู้อื่น ที่ลื่นแล้วอย่านอน ถ้าร้อนให้หาเย็น อย่าเป็นคนมักกิน อย่าหมิ่นพูดไพรสณฑ์ โทษตนให้เร่งเห็นเห็นแล้วอย่าให้แพร่  อย่าฟื้นแต่โทษเขา โทษของเราเพียงคีรี ปกปิดดีไม่กล่าว สาวแต่โทษประชา เท่าแสดงราร่ำพร่ำทุกเช้าค่ำบ่วาย โทษตนกลายเป็นดี มักเกิดมีความทุกข์ อย่าคิดปลุกภูตพราย อย่าคิดทายเครื่องราง คิดแต่สร้างกุศล  ตัวจนอย่าทิ้งงาน อย่าคร้านว่าเหนื่อยยากเห็นเขามากโภคา อย่าตื่นตาตามเขา ทรัพย์เราน้อยเร่งทำ เฉกเช่นน้ำบ่อทราย อย่าวุ่นวายวิวาท เอาใจทาษเมื่องาน ดูการเมื่อสำเร็จ สิ่งไรเสร็จให้สรรเสริญ มีเงินอย่าหมิ่นไพร่ ข้าใช้เอาใจนาย อย่าทำลายความรัก อย่าเสียศักดิ์ให้เสียสิน อย่ากินแรงพราหมณ์ชีภิกษณีสมณา อย่าเชื่อวาจาหญิง สิ่งเท็จมันกล่าวมากหากริ้นเท่าภูเขา เล่ามาพอเชื่อได้ หญิงไซร้ซื่อบ่มี มีแต่คำมุเสศ อย่าประเวศตามมัน คนมีคุณนั้นเร่งไหว้ ถ้าจะไหว้ให้ไหว้คนควร คือล้วนสมณพราหมณ์ โภไคยจะมีหลาย หายจากโศกจากภัย ถ้าใครไม่ปฏิบัติ ในข้ออรรถเราสอน จักได้ร้อนวินาส เพราะคำปราชญ์ไม่จำ แม้นใครทำตามเยี่ยง จักเลี้ยงคนแสนสบายคุณมากหลายเหลืออ้าง เพราะประพฤติถูกทางถ่องแท้คำสอน

สุภาษิตพระร่วง 3

นิทานบุราณมี สอนสตรีให้รำพึงให้รู้สะดึงหูกฝ้าย อย่ามักง่ายหาผัว อย่าสอนชั่วสิ้นยังบอก อย่าลอบชู้ลอบชาย อย่ากรายแขนพ้นขนาด อย่าผาดร้องระแรงเสียง อย่าเถียงผัวเผงผาดอย่าเรียนแฝดเลื่องลืออย่าคบกระสือเสียเผ่า อย่าได้เล่าเรียนมนต์อย่าทำตนสับปลี้อย่าเป็นหนี้สับปลับอย่านอนหลับถึงเที่ยงอย่าหมิ่นเยี่ยงผู้ชำนาญอย่าคร้านการมัวเมาอย่าใจเบาพกนุ่นอย่าครุ่นชู้รักหลายอย่าผันผายตัวเปล่าอย่ากล่าวคำสามานย์ อย่าใช้วานข้าท่านอย่าเซ็นซ่านถ้อยคำให้ยำผัวเสมอพ่ออย่าล้อเถียงมิดี อย่าหนีผัวนอนห่างอย่าพรางลิ้นแถมเช่นอย่าเห็นแก่ชายอื่นอย่าโหดหึนหลงไหลอย่าแช่งให้ผัวตาย อย่าหมายใจชังแช่ง อย่าแบ่งใจคบผิด อย่าโหดมิตรเลื่องลือ อย่ากุมมือใต้ผ้า อย่าถ่ายค่าฉมบ อย่าคบคนหินชาติ อย่าผาดร้องเสียงดังอย่าชังผัวรักชู้ ถ้าแม้นรู้ให้บำเรอ ภักดีเธอขึ้นกว่าเก่า อย่าเล่าแก่ใครๆ อย่าสาวไส้ให้กากินอย่าถวิลแก่ชายอื่นอย่าคึ่นราคเร้ารั้ง ฟังผัวสั่งผัวสอน อย่านอนใจการงานให้คิดอ่านจงดี ให้รู้ทีเพรางายรู้ความตายความยากรู้ความลำบากข้าไท รู้จักไกลรู้จักใกล้ รู้จักใช้ข้าค่อย เพื่อนเป็นร้อยเป็นพันอย่ามักมั่นแก่ปากเกลือกจะยากใจผัวอย่าได้มัวกินเหล้าอย่ากล่าวเกลี้ยงใจโจง อย่าโผนร้องเสียงแผดอย่าร้องแรดเสียงเสือ อย่าล้ำเหลือตีด่า อย่าปากกล้าว่าคนอย่าหนีผัวตนเหห่างนอนต่ำข้างผัวตนอย่ายินคำคนไร้ หวนควันไฟควรการครั้นนานไปท่านรู้ ดูอายหน้าแก่ท่าน เป็นคนชั่วช้าเสียตัว หญิงนอกผัวใจง่ายอย่าจ่ายสินออกเหย้า อย่ากล่าวอ้างสินศักดิ์ ผัวมาพักอย่าปาก มือขวาหากเร่งซนไฟ ส่วนปากใช้ก้มเป่า มือขวาเล่าคว้าผักพลางทำใจกว้างจงดี มือคลี่ม้วนพลูพลัน หมากใส่ขันนั่งเฝ้า ดังเจ้าเร่งยำเกรง อย่าเชลงใจท่านสั่ง ลุกนั่งคิดละอาย อย่าขายทองซื้อผ้า อย่าขายข้าต้นเรือน อย่าด่าเดือนตะวัน อย่าแผดด่าคำคมน้ำลมฝนบน ทำชอบโดยทางสั่งอย่าได้พลั้งอินทรีย์ ทำใจดีรอบคอบ รู้ประกอบการงาน เพื่อนบ้านเผื่อไมตรีอย่ามีใจหึงหาย อย่าคะนึงร้ายเพื่อนบ้าน อย่าคร้านผีนำเผา อย่าได้กล่าวความขำอย่ากระทำใจง่าย อย่าได้จ่ายเครื่องเรือนอย่าคบเพื่อนล่ารั้ว อย่าอวดตัวว่าดีเมื่อชอบมีคนช่วย เกลือกผิดป่วยภายหลัง อย่างแช่งชังเพื่อนฝูง เห็นลุงตานบนอบผู้เฒ่าปลอบยำเยง ยำเกรงใจสุงสิง ผัวรักยิ่งคนหลาย อย่ากรายแขนเดินเปลี่ยว ชายร้ายเที่ยวทุพลพาล เยียนสารท่านอดสู สัตรูกล่าวคำเกลี้ยง อย่าลำเอียงมุสา โอ้คำท่านว่าไว้ หญิงผู้ใดทำตามจะถึงความสุขหลายเสวยสวรรค์ฟากฟ้านิเวศน์วังเวหน เราผู้ปรีชาฉลาด องอาจในข้อสอน เร่งผันผ่อนเยี่ยงจำ ซึ่งข้อคำภาษิต รุกรนคิดจนได้ อย่าให้เสียคำปราชญ์ อย่าให้ขาดคำบูราณ จงพิจารณ์พินิจ เร่งตั้งคิดในธรรม จงจำคำเราสั่ง รั้งในถ้อยเราแล้วไม่แคล้วจากความสุข ทุกข์บ่ได้แม่นหมาย เหือดหายจากโทมนัส เราจัดคัดข้อถ้อย มาเรียงร้อยเป็นกลอน สอนในบทที่ต้น เป็นคนอย่าหมิ่นกัน กูมันอย่าได้กล่าวอย่าออกชื่อท้าวกลางคน เดินหนอย่าไร้เพื่อน อย่าเบือนในการตนทุรชนแล้วอย่าใกล้ ใช้ทาษแต่พอแรง อย่าแข็งว่าผู้ใหญ่ ตัวเป็นไทอย่าเป็นทาษ ตัวเป็นปราชญ์อย่าเสพพาล หาญนักมักจะม้วย สวยนักมักจะเศร้า เหงานักมักเป็นบ้า อย่าร่าเริงในที่ทุกข์ หนามอย่าบุกมันจะตำ คำคนพูดให้เร่งคิด อย่าอวดฤทธิ์แก่คนจนแล้วอย่าอวดมีดีแล้วอย่าว่าชั่ว ให้เร่งกลัวเจ้านาย อย่าร้ายกับคนเรือน อย่าเบือนในการเจ้า อาสาเจ้าจนตัวตาย การนายทำพอเรี่ยว อย่าไปเที่ยวกลางคืน ฟื้นแต่คำอ่อนหวานปากกินตาลอย่ากินพริก อย่ามัวริกเล่นตัว ไม่พบวัวอย่าควั่นเชือก ไม่พบเรือกอย่าตั้งร้าน เรือนอื่นนานอย่านั่ง อย่าคิดฟังข่าวร้าย อย่านินท์นายนินท์เจ้า อย่าเฝ้าความเล็กน้อย เมียกล่าวถ้อยเร่งเมิน เพลินนักมักพลั้งพลาด คืนอย่าขาดสวดมนต์ อย่าพร่ำบ่นความเขา อย่าเอาชั่วทาผู้อื่น อย่าฟื้นหาความเก่า คบเพื่อนเผ่าพอศักดิ์ มิตรที่รักอย่าคด   ผิจะปดปดให้มิด ผิจะปิดปิดให้เงียบ อย่าทำเทียบท้าวพระยา จะแสวงหาเงินทอง จิตจงปองพาณิชย์ ใจอย่าคิดในใช่ที่ มีแล้วอย่าว่าจนความกลอย่าแจ้งทาษ เฉกชีวาดม์ใกล้ศาสตรา อย่าเอาทาษเป็นคู่คิด อย่าไว้จิตแก่ข้า

สุภาษิตพระร่วง 2

ศรีสวัสดิ์แช่มช้อยรู้ถี่ถ้อยทุกประการเรียบร้อยเป็นสังวาลบรรเจิดใจในกามา คำปราชญ์ประเสริฐสอนดังอาภรณ์สุพรรณา ประดับกับกายา เร่งศึกษาอย่าเมินเสีย เหล็กอยู่เรือนท่านว่าพร้าข้าอยู่เรือนท่านว่าเมีย โดยจารีตบ่ห่อนเสีย... ...เสือยังรู้ตกถัง ขุนนางยังรู้ยากไร้ ริบราชบาตรไป......จับปลาให้กุมหัว เปลื้องใบบัวอย่าให้หมอง  บัวมิให้ช้ำน้ำบ่เป็นตม ยั้งหยุดฟังลีลา หยุดอยู่ท่าฟังลิ้นลม เล่นนักมักจะล้ม สมความคิดจึงวางใจ คนดีมักค้าใกล้คนบ้าใบ้มักค้าไกล ป่วยทุนเสียกำไร ทั้งต้นทุนก็อัปรีย์ ตีงูให้กากิน กากินแล้วก็บินหนี เป็นบาปแก่ผู้ตี ทั่วทั้งนี้บ่เป็นคุณ ...จารีตเสือพึ่งป่า ลูกกำพร้าพึ่งตายาย ผู้ซื้อพึ่งผู้ขาย คนเข็ญใจพึ่งขุนนาง รู้หลบก็เป็นปลีก แม้รู้หลีกก็เป็นหาง.......ขุนนางใช่ตายายอย่าอวดอ้างทะนงศักดิ์ ช้างสารและงูเห่าทั้งข้าเก่าและเมียรัก อย่าได้ไว้ใจนัก มักนอนหลับประลัยไป ไม้ลำหนึ่งยังต่างปล้อง พี่และน้องยังต่างใจ เมื่อกระนั้นจะโทษใจ อย่าได้รักอย่าควรชัง ครูบาสอนให้เร่งคิด ฟังพินิจทั้งหน้าหลัง ท่านสอนเอาหูฟัง เกลือกพลาดท่าอย่าไยไพ อย่าไว้ใจเมื่อเพื่อนนั่ง นั่งด้วยเพื่ออย่าวางใจ เข้านอนอย่าหลับไหล อย่าไว้ใจเมื่อการศึก เร่งว่าก็เร่งร้าย ครั้นวายคำก็รำลึก หนีเสือมาปะศึก ขึ้นต้นไม้ปะรังแตน หนีไฟมาพึ่งน้ำ น้ำก็ร้อนคือสุริยแสง... ...จะพึ่งตาตาก็ตาย จะพึ่งยายยายก็ไกลบ่ายหน้าไปพึ่งใครพึ่งบ่ได้ดังใจตนจะพึ่งตอตอก็หักจะพึ่งหลักหลักก็โค่นครั้นใครบ่ช่วยตนซัดกว้างอยู่กลางทะเลจะพึ่งเพื่อนเพื่อนก็หาย  จะพึ่งนายนายก็เหว่ จะพึ่งเสาเสาก็เซ เสี้ยนหนามยอกบ่หายรอย ทั้งผีเรือนก็เร่งซ้ำ   ทั้งผีน้ำก็เร่งพลอย ช่วยแล้วก็ลาถอย   ครั้นถอยแล้วก็ผูกภัย  จะพึ่งตอตอก็หัก จะพึ่งหลักหลักก็ไกล  จะพึ่งลมลมพาไป ชักคว้างอยู่กลางตระลิว...  ...มีนกจึงมีแร้ว  มีสระแก้วจึงมีบัว  มีชู้แล้วจึงมีผัว   มีจระเข้จึงมีวัง เท็จเอาตัวไม่รอดอย่าได้พลอดให้เขาฟังความจริงสิ่งสัจจัง เป็นรสเลิศกว่าทั้งหลายพูดผิดพาโทษให้  แต่ตนไซร้ดุจใจหมายทั้งผลก็ทำลาย ทั้งเข้าของก็เสียโสด เสียพร้ามาถอดมีด ผิดจารีตตระคนโหดเสียสองประการโสดให้ท่านติท่านเตียนตนเสียทองพันกษาปณ์ อย่าเอาบาปเที่ยวสอนคน รู้แล้วทำทุรชน มันย่อมร้ายเมื่อภายหลัง ท่านรักอย่าชวนชัง รักตอบท่านให้เต็มใจ ท่านรักให้รักตอบ แม้นทำชอบอย่าไยไพ ท่านสอนเก็บใส่ใจ เห็นผู้ใหญ่ให้ยำเยง ให้ดีมีติดตัว อย่าชอบชั่วเป็นนักเลง เพื่อนห้ามอย่าข่มเหง อย่าทำตนเป็นทองแดง อย่าเห็นกำดีกว่ากอบ อย่ายินชอบซื้อของแพง อย่าเห็นศักดิ์ดีกว่าแสงเห็นหิ่งห้อยว่ารุ่งเรือง ฝนตกใต้ฟ้าหล้า ทั้งข้าวกล้าก็ตายเปลือง เมืองจะเสียเพราะไพร่เมือง ส่งเสบียงให้ข้าศึก อยากลาภอย่าขี้คร้าน หมั่นทำการดังใจนึกอยากรู้ให้เร่งตรึก ศึกษาครูโดยถวิล มักมั่นอย่าเสียดายหอก จะใคร่รู้ให้เรียนศิลป์ ความรู้หากได้กิน เสียชีวิตได้ถึงตาย นักกินอย่าขี้คร้าน จะใคร่มีอย่านอนสาย ค่ำเช้าและเพลบ่าย เร่งรำพึงถึงการงาน อย่าไว้ใจเมื่อเพื่อนนั่ง นั่งด้วยเพื่อนอย่าอวดหาญ อย่าอวดรู้แก่คนพาล อาจารย์รู้ท่านติฉิน เจ็บช้ำด้วยน้ำใจ แม้นเจรจาได้บ่ยินตกเบ็ดปลาบ่กินทั้งสิงห์สัตว์ก็ดูดายทำให้แก่เขาเจ็บเจ็บเท่านี้หรือจะตายบาปนั้นก็จะหาย บาปใจชายยากบ่มี    เสือจะพึ่งเพราะป่ารกไม้ประปรกเพราะเสือมี ไม้ไร่งอกงามดี ป่าพึ่งเสือเสือพึ่งดง เสือเอ๋ยคิดดูบ้าง อย่าอวดอ้างว่าเสือยง ไม้ไร่งอกเป็นพงเสือจึงอยู่ถ้อยอาศัย

สุภาษิตพระร่วง 1

        สุภาษิตพระร่วง เป็นวรรณกรรมสมัยสุโขทัย ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง มีลักษณะเป็นภาษิตของไทยแท้ ๆ ที่ไม่มีอิทธิพลจากต่างประเทศมาเจือปน เขียนเป็นคำประพันธ์ประเภทร่าย และตอนจบมีโคลงกระทู้ 1 บท ให้ชื่อว่า บัณฑิตพระร่วง        เนื้อหาของสุภาษิต มีลักษณะของวิถีชีวิตไทย เป็นคำสอนที่มีคุณค่า แสดงถึงพฤติกรรมของคน ที่ยังทันสมัยอยู่ทุกยุค ทุกสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับดินแดนสุวรรณภูมิ ที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม มานานนับพันปี       ตามชื่อของสุภาษิต ประกอบกับลักษณะของถ้อยคำ ภาษา สำนวนซึ่งใกล้เคียงกับจารึก ในหลักศิลาจารึกหลักที่หนึ่ง...

สุภาษิตพระร่วง

สุภาษิตพระร่วง เป็นวรรณกรรมสมัยสุโขทัย ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง มีลักษณะเป็นภาษิตของไทยแท้ ๆ ที่ไม่มีอิทธิพลจากต่างประเทศมาเจือปน เขียนเป็นคำประพันธ์ประเภทร่าย และตอนจบมีโคลงกระทู้ 1 บท ให้ชื่อว่า บัณฑิตพระร่วง เนื้อหาของสุภาษิต มีลักษณะของวิถีชีวิตไทย เป็นคำสอนที่มีคุณค่า แสดงถึงพฤติกรรมของคน ที่ยังทันสมัยอยู่ทุกยุค ทุกสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับดินแดนสุวรรณภูมิ ที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม มานานนับพันปี ตามชื่อของสุภาษิต ประกอบกับลักษณะของถ้อยคำ ภาษา สำนวนซึ่งใกล้เคียงกับจารึก ในหลักศิลาจารึกหลักที่หนึ่ง ที่เรียกว่าจารึกพ่อขุนรามคำแหง...